รู้หรือไม่ว่าอะไรที่ดึงให้คุณยังไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจ

คนที่ประสบความสำเร็จนั้นนอกจากจะมีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว สิ่งที่ต้องมีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยก็คือ ความมุ่งมั่นตั้งใจจริง ไม่ทำอะไรสั้นๆ แล้วก็จบไป ยกตัวอย่างเช่น บางคนตั้งเป้าหมายไว้ชัดเจนมากว่าจะต้องประสบความสำเร็จในเรื่องนั้นๆ ให้ได้ จากนั้นก็มีการวางแผน และเริ่มลงมือทำ แต่พอลงมือทำได้ไม่นาน ก็เริ่มไม่อยากทำ และเริ่มกลับมาเหมือนเดิมก็คือ ใช้ชีวิตแบบเดิมๆ เหมือนกับไม่เคยมีการกำหนดเป้าหมายนั้นไว้เลย มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ผมเชื่อว่าทุกท่านต้องเคยผ่านประสบการณ์แบบนี้มาก่อน ไม่มากก็น้อย ที่เคยตั้งเป้าหมาย และมีความตั้งใจมากในช่วงแรก แต่พอเวลาผ่านไป ความตั้งใจนั้นก็เริ่มเลือนรางหายไป จากนั้นชีวิตก็กลับมาเหมือนเดิม เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ลองดูตัวอย่างต่อไปนะครับ

  • อยากเก่งภาษาต่างประเทศ เริ่มต้นไปสมัครเรียน ผ่านไป 1 เดือนเริ่มโดดเรียน โดยให้เหตุผลว่า งานเยอะ ไม่มีเวลา จากนั้นก็ค่อยๆ ขาดเรียนมากขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็ไม่ไปเรียนอีกเลย
  • อยากมีรูปร่างที่ดี และแข็งแรง จึงมุ่งมั่นตั้งใจไปสมัครฟิตเนสราคาแพง เดือนแรก ไปแทบทุกวัน จากนั้นเริ่มขาดๆ หายๆ โดยให้เหตุผลว่า ติดงาน ติดธุระ งานเยอะ จากนั้นก็เลิกเล่นภายในไม่เกิน 3 เดือน
  • อยากเรียนดนตรี ก็ไปสมัครเรียน ไปหาหนังสือมากมายมาย เพื่อที่จะตั้งใจฝึกฝน ช่วงแรกก็เข้าเรียนตามกำหนด กลับมาก็หมั่นฝึกฝน พอเวลาผ่านไปไม่นาน ก็เริ่มโดดเรียน และเริ่มไม่ฝึกฝนเหมือนช่วงแรกๆ โดยให้เหตุผลว่า ครูสอนไม่ทันใจ เพลงง่ายไป หรือไม่มีเวลา ฯลฯ สุดท้าย ก็เป็นหมันไปอีกเช่นกัน

นี่ก็แค่ตัวอย่างคร่าวๆ เท่านั้น ผมเชื่อว่าทุกคนต้องเคยเป็นแบบตัวอย่างข้างต้นมาบ้าง ผมเองยังเคยเป็นมาก่อนเลย คำถามก็คือ สาเหตุของการเลิกทำในสิ่งที่ตั้งใจนั้นมันคืออะไรกันแน่

ลองนั่งวิเคราะห์เล่นๆ ดู ก็น่าจะมีสาเหตุจากสิ่งต่อไปนี้

  • เป้าหมายไม่ชัดเจน และไม่ได้เป็นสิ่งที่เราต้องการจริงๆ บางคนตั้งเป้าหมายขึ้นมาโดยที่ตนเองยังไม่รู้เลยว่า เป้าหมายนั้นเราอยากจะได้จริงๆ หรือไม่ หรือเป็นแค่เพียงการเอาอย่างคนอื่น เห็นคนอื่นทำ ก็อยากทำบ้าง เห็นคนอื่นเป็น ก็อยากเป็นบ้าง พอเริ่มต้นทำไปได้สักพัก ถ้าเป้าหมายนั้นไม่ใช่ความต้องการของเราอย่างแท้จริง เราก็จะเลิกทำ และกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมๆ
  • จิตใจไม่เข้มแข็งพอ การที่เราเลิกทำในสิ่งที่เราตั้งใจนั้น สาเหตุอีกอย่างก็คือ เราขาดจิตใจที่เข้มแข็ง ขาดจิตใจที่มีความมุ่งมั่นมากพอ พอมีอย่างอื่นเข้ามากระทบ ก็เลยหมดความตั้งใจไป ประเด็นนี้ก็จะคล้ายๆ การขาดวินัยในตนเองเหมือนกัน
  • รักสบาย บางคนเริ่มทำอุปนิสัยใหม่ๆ ทำได้ไม่นานก็เลิก เพราะยึดติดกับความเคยชิน เคยใช้ชีวิตที่สบาย ไม่ต้องลำบากมานั่งบังคับตนเองให้ทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อน สุดท้ายด้วยความลำบากนี้เองที่ทำให้เรารู้สึกไม่สบาย พอเราไม่สบาย เราก็เริ่มไม่อยากทำ ประกอบกับขาดความมุ่งมั่นตั้งใจที่ดี สุดท้ายก็เลยเลือกความสบายแบบเดิมๆ และทิ้งเป้าหมายที่เราต้องการไปในที่สุด
  • ถูกดึงความสนใจได้ง่าย หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ขาดสมาธิและความจดจ่อต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันคนเราเป็นกันเยอะครับ เนื่องจากเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ทุกอย่างมาอยู่ในมือของเราได้หมด เวลาจะทำอะไร ก็มักจะถูกดึงความสนใจออกจากสิ่งที่กำลังตั้งใจจะเปลี่ยนแปลง เช่น อยากฝึกซ้อมดนตรี ตั้งใจว่าจะซ้อมจริงๆ สัก 1 ชั่วโมง ซ้อมได้สักพัก ได้ยินเสียงโทรศัพท์ เพื่อนไลน์มาหา ก็อดไม่ได้ที่จะต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตอบ พอตอบไปสักพัก ก็นึกขึ้นมาได้ว่าจะต้องตอบอีเมล์หัวหน้า ตอบอีเมล์สักพัก ก็นึกขึ้นมาได้ว่า จะต้องค้นหาข้อมูล ก็เลยไปเปิดคอมพิวเตอร์ เพื่อต่ออินเตอร์เน็ตในการ search หาข้อมูล จากนั้นก็ไปเรื่อยแล้ว จนลืมไปว่าขณะนี้เรากำลังจะซ้อมดนตรี สุดท้ายสิ่งที่เราตั้งใจก็ไม่สำเร็จสักที

ผมมักจะคิดเสมอว่าในยุคนี้ คนที่สามารถประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตนเองต้องการได้นั้น ถือว่าเป็นคนที่เก่งมาก เพราะต้องฝ่าฟันกับอุปสรรคของการถูกเบี่ยงเบนความสนใจในเรื่องต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตของเราในแต่ละช่วงเวลา

ผมเคยเห็นเพื่อนผมบางคนที่เขาประสบความสำเร็จได้ดี เขาจะมีการแบ่งเวลาอย่างชัดเจน จากนั้นก็มีวินัยในตนเองในการทำกิจกรรมตามที่วางแผนไว้ในเวลาที่กำหนด และระหว่างที่ทำงานนั้น ก็จะไม่สนใจว่าจะมีใคร หรืออะไร ที่เข้ามาดึงเอาความสนใจเขาออกไป เช่น Line หรือเรื่องอื่นๆ ที่แทรกเข้ามา จะปล่อยไว้ก่อน เขาจะ Focus ในสิ่งเดียวเท่านั้น และเมื่อทำเสร็จตามเวลาที่กำหนดไว้แล้วจึงค่อยกำหนดเวลาในการตอบไลน์เพื่อนๆ จากนั้นพอเสร็จก็จะทำกิจกรรมถัดไป

ผมถามเขาว่าไม่เหมือนหุ่นยนต์ไปหน่อยหรือ เขาก็ตอบผมว่า ถ้าเราอยากจะประสบความสำเร็จ เราต้องไม่ทำอะไรจับจด ต้องไม่ทำอะไรแบบครึ่งๆ กลางๆ เราควรจะตั้งสมาธิและ focus ไปในสิ่งที่เรากำลังจะทำจนงานนั้นสำเร็จได้ตามแผนที่เราวางไว้ หรือตามเวลา ที่เรากำหนดไว้ ไม่อย่างนั้นแล้ว เราจะถูกดึง ถูกเบี่ยงเบนความสนใจออกไปจากเรื่องนั้น แล้วสุดท้ายเราก็ไม่สามารถทำอะไรไดสำเร็จสักอย่าง

ดังนั้นถ้าเราต้องการประสบความสำเร็จจริงๆ เราก็ต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนเอง ต้องมีวินัยในตนเอง ต้อง Focus ในสิ่งที่เราทำจนกระทั่งมันสำเร็จ

คนเราทำอะไรพร้อมๆ กันไม่ได้หรอกครับ คนเราถูกออกแบบมาให้ทำอย่างเดียวในเวลาเดียว ไม่เชื่อลองดูก็ได้ครับ รับรองออกมาไม่มีอะไรดีสักอย่าง

Advertisements

2 คิดบน “รู้หรือไม่ว่าอะไรที่ดึงให้คุณยังไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจ

  1. เป็นอยู่เลยค่ะ คือตอนนี้เรียนเสริมสวยอยู่แต่ดูท่าแล้วจะไม่สำเร็จ เป็นพราะท้อค่ะจะมีเรื่องเงินมาเกี่ยวข้อง เราเรียนอย่างเดียวไม่มีรายได้อะไรคิดหนักเลยค่ะ เรียนตอนนี้ใช้แต่เงิน ซึ่งแฟนเราเขามีอาชีพขายของแต่ขายกับครอบครัวเขาซึ่งเราก็เข้ากับครอบครัวเขาไม่ได้เราเลยมาเรียนเสริมสวย เมื่อก่อนก็ขายช่วยเขาค่ะแต่แม่สามีก็สุดยอดไม่ขอเล่านะคะ เราเลยตัดสินใจมาเรียนแต่แล้วปัญหาก็เกิดคือแฟนเราเขาไม่ค่อยไปเหมือนแต่ก่อนที่เราทำด้วยกันเงินก้อเริ่มหมดสิคะ แล้วถ้าปัญหาแบบนี้เราควรทำไงดีคะคือตอนนี้ตันไปหมด แฟนเราเขาต้องการให้เราไปขายเป็นเพื่อนเขาไปทำด้วยกันแล้วเขาไปทุกวันแต่เราก็อธิบายไปแล้วว่าเราเขกะครอบครัวเขาไม่ได้ เขาก็มีแต่ให้อดทนเพื่อเงินและอนาคตข้างหน้า เราก้ออดทนเรียนจนตอนนี้มันต้องใช้เงินอีกและเป็นหมื่นเราเครียด และก็ท้อมากไม่อยากไปขายของ แต่เงินในกระเป๋าไม่อำนวยเราเลย หรือกรรมเก่าเราเยอะจิงคะ ปรึกษาหน่อยนะคะเราไม่รู้จะปรึกษาใคร

    • อ่านจบแล้ว รู้สึกเห็นใจมากครับ ถ้าเป็นเรื่องของความไม่เข้าใจกันในครอบครัว ก็คงต้องอาศัยการพูดคุยกันมากกว่า และทำความเข้าใจกัน เราอาจจะต้องลดทิฐิของเราลงหน่อยเพื่อปรับให้เข้ากับครอบครัวของแฟนให้ได้บ้าง เพื่อให้เราสบายใจขึ้น ส่วนเรื่องเงิน ถ้าไม่มี ก็คงต้องหา คำถามคือ แล้วจะหาจากไหน จริงๆ เอาความรู้ที่กำลังเรียนมาใช้สิครับ รับจ้างในร้านเสริมสวยก่อน เป็นลูกมือ เพื่อเก็บหอมรอบริบก่อน และยังได้มีโอกาสในการฝึกฝีมือของเราอีกด้วย เดี๋ยวนี้ร้านเสริมสวยมีมากมาย หางานจากร้านเหล่านี้คงจะไม่ยากนัก ถ้าเรามีฝีมือดีพอ สู้ๆ นะครับ อย่าเพิ่งท้อ หาทางต่อไปเรื่อยๆ อย่ามองทุกอย่างเป็นอุปสรรคไปหมด มองให้เป็นโอกาสบ้าง อย่าเพิ่มปิดหูปิดตาตนเองครับ เป็นกำลังใจให้ครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s